Bobie Admin Group


ร่วมเป็นสมาชิกเมื่อ: 01 March 2005 ที่อยู่: Thailand ตอบ: 2728
|
| แสดงความคิดเห็นเมื่อวันที่: 14 November 2011 เวลา 22:03 | IP
|
|
|
ดาวน์โหลดไฟล์ PDF :
หนังสือปกภ_ถึง_คลัง_2011-11-14th_v_1.3_fb.pdf
ดาวน์โหลดไฟล์เวิร์ด :
หนังสือปกภ_ถึง_คลัง_2011-11-14th_v_1.3_fb.doc
เมื่อวันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 ปกภ. ได้เข้ามอบดอกไม้ให้กำลังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมสอบถามความคืบหน้ามาตรการเยียวยาช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม ที่ ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ส่งเรื่องถึงกระทรวงการคลังพิจารณาตามข้อเสนอของ ปกภ. ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 ที่ผ่านมา และยื่นหนังสือ เลขที่ ปกภ 255411 / 2 เสนอมาตรการ 15 ข้อ ถึงทางรัฐบาล ผ่านทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมแบบเบ็ดเสร็จ พร้อมมาตรการเยียวยาช่วยเหลือฟื้นฟู ผู้ประกอบการ , ลูกจ้าง และประชาชนทั่วไป ที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมทั้งทางตรง / ทางอ้อม
โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
1. ไม่เห็นด้วยกับการปิดกั้นทางไหลของน้ำ แต่สนับสนุนให้ระดมเครื่องสูบน้ำ เร่งระบายน้ำออกทะเลให้ได้วันละ ห้าพันล้านลูกบาศก์เมตร
2. ถ้าจะป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพแบบตั้งรับ ด้วยการกั้นน้ำ แทนที่จะเร่งระบายน้ำออกทะเลให้ได้วันละ 5,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ก็ควรเก็บภาษีพื้นที่กรุงเทพฯชั้นในเพิ่มขึ้น เพื่่อนำเงินไปชดเชยเยียวยาพื้นที่รอบกรุงเทพฯ ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมหนักขึ้นจากการกั้นน้ำ
3. ทางรัฐบาลควรใช้วิกฤตน้ำท่วมใหญ่ในครั้งนี้ จัดตั้งกลุ่มประเทศภาคีต้านภัยน้ำท่วมแห่งเอเชีย ลงขันกันประเทศละหนึ่งแสนล้านบาท รวมสิบประเทศ ให้ได้งบประมาณหนึ่งล้านๆ บาท จัดซื้อเครื่องสูบน้ำขนาดยักษ์แบบเคลื่อนที่เร็วประเทศละหนึ่งพันเครื่อง พร้อมจัดซื้อเครื่องบินลำเลียงขนาดใหญ่ เช่น C-130 จำนวน 100 ลำ ระวางบรรทุกลำละ 30 ตัน บรรทุกเครื่องสูบน้ำขนาดยักษ์ได้ลำละ 10 เครื่องต่อหนึ่งเที่ยวบิน รวมเป็นฝูงบินต้านภัยน้ำท่วม1,000 ลำ ที่สามารถลำเลียงเครื่องสูบน้ำขนาดยักษ์ 10,000 เครื่อง ติดตั้งสูบน้ำระบายออกทะเลได้ทั่วเอเชีย ภายในไม่เกิน 48 ชั่วโมง ถ้าเรามีฝูงบินดังกล่าว น้ำท่วมนครสวรรค์ และอยุธยา สามารถระบายออกทะเลได้ทั้งหมด ภายในไม่เกิน 72 ชั่วโมง ภายในไม่เกิน 72 ชั่วโมง ครับ ถ้าไม่ยอมลงทุน 1 แสนล้านบาทเพื่อระบายน้ำฉุกเฉิน ก็ต้องยอมรับความเสียหายทางเศรษฐกิจมากกว่า 2 ล้านล้านบาท จากน้ำท่วมยืดเยื้ออีกสองเดือน
4. ขุดคอคอดกระ โดยเปิดประมูลทั่วโลกในราคาตั้งแต่ 3 ล้านล้านบาทขื้นไป เพื่อนำเงินมาฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมทั้งทางตรงและทางอ้อม : ผมเชื่อว่า ท่านนายก ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สามารถเป็นนายกรัฐมนตรีที่ดีที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ครับ ประเทศไทยเรามีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ชายมาก็หลายสิบท่านแล้ว ยังไม่มีท่านใดขุดคอคอดกระได้สำเร็จเลย ถ้าคุณยิ่งลักษณ์สามารถขุดคอคอดกระได้สำเร็จ ผมยินดีสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีอย่างน้อยสองสมัย โครงการขุดคอคอดกระ เป็นโครงการที่สามารถเพิ่มศักยภาพทั้งทางเศรษฐกิจ และทางการทหาร ให้กับประเทศไทยอย่างก้าวกระโดด
5. ขอเสนอแผนการระดมเงินงบประมาณฉุกเฉินช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม และฟื้นฟูเศรษฐกิจ วงเงิน 1 ล้านล้านบาท : โดยแก้กฎหมาย ให้นิติบุคคล สามารถบริจาคเงินเข้ากองทุนช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม หักภาษีได้เต็มจำนวน 100% ของกำไรสุทธิ และบุคคลธรรมดา สามารถนำเงินบริจาคฯ หักภาษีได้เต็มจำนวน 100% ของรายได้หลังหักค่าลดหย่อนทุกชนิดแล้ว
6.
7. ลดดอกเบี้ยเงินฝากเหลือร้อยละ 0.25 ต่อปี เพื่อให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MLR เหลือไม่เกินร้อยละ 3 ต่อปี เป็นระยะเวลา 5 ปี เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจทั้งระบบ ที่ได้รับความเสียหายจากภัยน้ำท่วม
8. ออกพันธบัตรฟื้นฟูชาติ วงเงิน 1 ล้านล้านบาท ระยะเวลา 5 ปี ให้ผลตอบแทนร้อยละ 1.5 ต่อปี เปิดให้ซื้อได้ไม่จำกัดวงเงิน เพื่อนำเงินมาตั้งเป็นกองทุนฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม ปล่อยสินเชื่อร้อยละ 1.5 ต่อปี
9. แผนการบูรณะ ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน แบบทวีคูณ ยั่งยืน แก้ไขความเดือดร้อนเฉพาะหน้า และป้องกันภัยน้ำท่วมในระยะยาว :
8.1 สร้างสะพานแทนถนนที่ถูกกระแสน้ำเซาะทำลาย พร้อมระบบประตูระบายน้ำที่มีเครื่องวัดระดับน้ำและระบบวัดอัตราการไหลของน้ำ เพื่อให้สามารถกำหนดความเร็วในการระบายน้ำได้อย่างเหมาะสม เมื่อเกิดน้ำท่วมใหญ่ในครั้งต่อไป
8.2 พื้นที่มีระดับน้ำท่วมสูงมากที่สุดสิบลำดับแรก ให้ทางรัฐบาลเวนคืนที่ดินบริเวณดังกล่าวทั้งหมด เพื่อทำเป็นแก้มลิงและพื้นที่รับน้ำ เมื่อเกิดน้ำท่วมใหญ่ในครั้งต่อไป และเป็นแหล่งกักเก็บน้ำไว้ใช้ในยามเกิดภัยแล้ง โดยกำหนดราคาเวนคืนที่ดินให้สูงกว่าราคาประเมินไม่น้อยกว่าสามเท่า เพื่อเป็นแรงจูงใจให้เจ้าของที่ดินยินดีให้ทางรัฐเวนคืนที่ดินแบบลดความขัดแย้งที่เคยเกิดขึ้นมาตลอดในอดีต
8.3 สร้างเครือข่ายอุโมงค์ระบายน้ำเชื่อมต่อระหว่างเขื่อนทั่วประเทศ พร้อมระบบสูบน้ำด้วยพลังงานไฟฟ้า เพื่อบริหารจัดการน้ำได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ ให้ทุกเขื่อนมีระดับน้ำที่ดีที่สุดสำหรับสถานการณ์ที่มีน้ำมาก หรือน้อยเกินไป
10. แผนการเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต จากภัยน้ำท่วม : ชดเชย เยียวยา ผู้ได้รับบาดเจ็บจากภัยน้ำท่วม ดังต่อไปนี้
9.1 ได้รับบาดเจ็บไม่สาหัส ชดเชยเยียวยาไม่เกินรายละ 1 หมื่นบาท พร้อมออกค่ารักษาพยาบาลจนหายเป็นปกติ
9.2 ได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเกินกว่า 7 วัน ขึ้นไป ชดเชยเยียวยาไม่เกินรายละ 2 หมื่นบาท พร้อมออกค่ารักษาพยาบาลจนหายเป็นปกติ
9.3 สูญเสียอวัยวะ เช่น สูญเสียนิ้วมือ หรือนิ้วเท้า หรือกระดูกแตกหัก หรือสูญเสียการพูด หรือสูญเสียการได้ยิน ชดเชยเยียวยาไม่เกินรายละ 1 แสนบาท พร้อมรักษาพยาบาลจนกว่าจะสามารถช่วยเหลือตัวเองได้
9.4 ทุพพลภาพชั่วคราว ชดเชยเยียวยาไม่เกินรายละ 5 แสนบาท พร้อมรักษาพยาบาลจนกว่าจะสามารถช่วยเหลือตัวเองได้
9.5 ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง ชดเชยเยียวยาไม่เกินรายละ 10 ล้านบาท พร้อมรักษาพยาบาลจนกว่าจะสามารถช่วยเหลือตัวเองได้
9.6 เสียชีวิต - ชดเชยเยียวยาไม่เกินรายละ 10 ล้านบาท
11. แผนการฟื้นฟูสุขภาพจิต สร้างขวัญและกำลังใจให้ประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วม : พลิกวิกฤตเป็นโอกาสโดยให้ทางรัฐบาลอพยพประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมขัง หรือพื้นที่เสี่ยงต่อภัยน้ำท่วม ไปท่องเที่ยว พักผ่อนเพื่อสุขภาพ ในจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ปลอดภัย โดยทางรัฐบาลเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ + กระจายรายได้ พร้อมระดมทหารกองหนุนปลดประจำการ , กองกำลังรักษาดินแดน , ตำรวจอาสา และ อพปร. จำนวน 1 ล้านนาย คอยดูแลรักษาความปลอดภัยในทรัพย์สินของผู้อพยพหนีภัยน้ำท่วม
12. แผนการช่วยเหลือเยียวยาความเสียหายในทรัพย์สิน และที่อยู่อาศัยของประชาชนทั่วไป จากภัยน้ำท่วม โดยกำหนดวงเงินซ่อมแซม ตามฐานภาษี เพื่อเป็นแรงจูงใจให้บุคคลธรรมดา มีความมุ่งมั่นนำส่งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามรายได้ที่แท้จริง โดยเป็นวงเงินช่วยเหลือแบบให้เปล่า และวงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ : ให้ทางรัฐบาลเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมทรัพย์สิน และที่อยู่อาศัยของประชาชนทั้งหมด ที่เสียหายจากภัยน้ำท่วมตามความเป็นจริงที่สามารถพิสูจน์ได้ ดังต่อไปนี้
11.1 บุคคลธรรมดาที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา : วงเงินซ่อมแซมไม่เกิน ครอบครัวละ 1 แสนบาท โดยผู้รับความช่วยเหลือจะต้องเขียนหนังสือสัญญาผูกพันว่า ต่อไปนี้จะยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามรายได้ที่แท้จริง
11.2 บุคคลธรรมดาที่เคยยื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรรมดา : วงเงินซ่อมแซม 1 แสนบาท บวก กับยอดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่เคยนำส่งกรมสรรพากรตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทั้งหมด ยกตัวอย่างเช่น นาย สมบูรณ์ นำทิพย์จันทาเจริญ เคยนำส่งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้ กรมสรรพากรตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เป็นเงิน 3 ล้านบาท แล้วทรัพย์สินได้รับ ความเสียหาย 2 ล้านบาท นาย สมบูรณ์ฯ มีสิทธิ์ได้รับเงินซ่อมแซมทรัพย์สินทั้งสิ้น ไม่เกิน 2.1 ล้านบาท
11.3 ให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อซ่อมแซม ทรัพย์สิน และที่อยู่อาศัยของประชาชนทั่วไป อัตรา ดอกเบี้ยร้อยละ 1.5 ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระ 3 ปี โดยมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือค้ำ ประกันโดย บสย. ดังต่อไปนี้
11.3.1 บุคคลธรรมดาที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา : วงเงินกู้อนุมัติตามมูลค่าความเสียหายที่สามารถพิสูจน์ได้จริง ไม่เกินครอบครัวละ 5 แสนบาท โดยผู้รับเงินกู้ จะต้องเขียนหนังสือสัญญาผูกพันว่า ต่อไปนี้จะยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามรายได้ที่แท้จริง
11.3.2 บุคคลธรรมดาที่เคยยื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรรมดา : วงเงินกู้อนุมัติตามมูลค่าความเสียหายที่สามารถพิสูจน์ได้จริง แต่ไม่เกินกว่าจำนวนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่เคยนำส่งกรมสรรพากรตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทั้งหมด ยกตัวอย่างเช่น นาย สมบูรณ์ นำทิพย์จันทาเจริญ เคยนำส่งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้กรมสรรพากรตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เป็นเงิน 3 ล้านบาท แล้วทรัพย์สินได้รับความเสียหาย 2 ล้านบาท นาย สมบูรณ์ฯ มีสิทธิ์ได้รับวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำอีก 2 ล้านบาท
11.4 ยกเว้นค่าเช่าที่อยู่อาศัย 3 เดือน โดยทางรัฐบาลชดเชยรายแก่ผู้ให้เช่า ด้วยการยกเว้นภาษี โรงเรือน , ภาษีเงิน ได้บุคคลธรรมดา , ภาษีที่ดิน , ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ตามมูลค่า ของค่าเช่าที่ผู้ให้เช่า ยกเว้นให้แก่ผู้เช่า
13. แผนการช่วยเหลือเยียวยาความเสียหายทั้งทางตรง / ทางอ้อม ในทรัพย์สินและสถานประกอบการของผู้ประกอบการ / นิติบุคคล :
13.1. ให้ทางรัฐบาลเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมทรัพย์สินของสถานประกอบการ และนิติบุคคล ทั้งหมด ที่เสียหายจากภัยน้ำท่วมตามความเป็นจริงที่สามารถพิสูจน์ได้ ดังต่อไปนี้
13.1.1. สถานประกอบการ ที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา : วงเงินซ่อมแซมไม่เกิน สถานประกอบการละ 1 ล้านบาท โดยผู้รับความช่วยเหลือจะต้องเขียนหนังสือสัญญาผูกพัน ว่า ต่อไปนี้จะ ยื่นแบบเสียภาษีเงินได้ของสถานประกอบการตามรายได้ที่แท้จริง
13.1.2. นิติบุคคล ที่เคยยื่นเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล , ภาษีมูลค่าเพิ่ม , ภาษีหัก ณ ที่จ่าย : วงเงิน ซ่อมแซม 1 ล้านบาท บวกกับยอดภาษีเงินได้นิติบุคคล ที่เคยนำส่งกรมสรรพากรตลอด ระยะเวลาที่ผ่านมา ทั้งหมด ยกตัวอย่างเช่น บริษัท ไอซอพติก จำกัด เคยนำส่งภาษีเงินได้ นิติบุคคล , ภาษีมูลค่าเพิ่ม , ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ให้กรมสรรพากรตลอดระยะเวลาหลายปีที่ ผ่านมา เป็นเงิน 20 ล้านบาท แล้ว ทรัพย์สินและสถานประกอบการได้รับความเสียหาย 21 ล้านบาท บริษัท ไอซอพติก จำกัด มีสิทธิ์ได้รับเงินซ่อมแซมทรัพย์สินและสถาน ประกอบการ ตามจำนวนภาษีที่เคยนำส่งให้รัฐ 20 ล้านบาท + วงเงิน ซ่อมแซม อีก 1 ล้านบาท บริษัทฯ จะได้รับเงินซ่อมแซมทรัพย์สิน และสถานประกอบการ เป็นจำนวนเงิน ทั้งสิ้นไม่เกิน 21 ล้านบาท
12.2 ให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อซ่อมแซม / ปรับปรุงทรัพย์สิน ตลอดจนสถานประกอบการ และเสริมสภาพ คล่องทางทางการเงินของผู้ประกอบการและนิติบุคคล ให้สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ อัตรา ดอกเบี้ยร้อยละ 1.5 ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระ 3 ปี โดยมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือค้ำ ประกันโดย บสย. ดังต่อไปนี้
12.2.1 ผู้ประกอบการ และนิติบุคคล ที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา : วงเงินกู้อนุมัติตามมูลค่าความเสียหายที่สามารถพิสูจน์ได้จริง ไม่เกินสถานประกอบการ / นิติบุคคล ละ 1 ล้านบาท โดยสถานประกอบการ / นิติบุคคล ผู้รับเงินกู้ จะต้องเขียนหนังสือสัญญาผูกพันว่า ต่อไปนี้จะยื่นแบบเสียภาษีเงินได้ของ สถานประกอบการ / นิติบุคคล ตามรายได้ที่แท้จริง
12.2.2 สถานประกอบการ / นิติบุคคล ที่เคยยื่นเสียภาษีทุกชนิด : วงเงินกู้อนุมัติตามมูลค่าความเสียหายที่สามารถพิสูจน์ได้จริง แต่ไม่เกินกว่าจำนวนภาษีเงินได้นิติบุคคล , ภาษีมูลค่าเพิ่ม , ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ที่เคยนำส่งกรมสรรพากรตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทั้งหมด ยกตัวอย่างเช่น บริษัท ไอซอพติก จำกัด เคยนำส่งภาษีเงินได้นิติบุคคล , ภาษีมูลค่าเพิ่ม , ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ให้กรมสรรพากรตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เป็นเงิน 20 ล้านบาท แล้วทรัพย์สินและสถานประกอบการ ได้รับความเสียหาย 21 ล้านบาท นาย สมบูรณ์ฯ มีสิทธิ์ได้รับวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 20 ล้านบาท รวมเป็นวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำทั้งสิ้น 21 ล้านบาท
12.3 ยกเว้นค่าเช่าสถานประกอบการ 3 เดือน โดยทางรัฐบาลชดเชยรายแก่ผู้ให้เช่า ด้วยการยกเว้นภาษี โรงเรือน , ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา , ภาษีเงินได้นิติบุคคล , ภาษีที่ดิน , ภาษีหัก ณ ที่จ่าย , ภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมูลค่า ของค่าเช่าที่ผู้ให้เช่า ยกเว้นให้แก่ผู้เช่า
13 รีไฟแนนซ์หนี้สิน ทั้งหนี้ในระบบ / นอกระบบ เพื่อลดต้นทุนทางการเงินให้นิติบุคล , ผู้ประกอบการ และลูกจ้าง ที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม ทั้งทางตรง / ทางอ้อม ทั้งสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการจากธนาคารพาณิชย์ , สินเชื่อส่วนบุคคล , หนี้บัตรเครดิต , บัตรกดเงินสด ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1.5 ต่อปี เป็นระยะเวลา 3 ปี
13.1 บุคคลธรรมดาที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา : วงเงินรีไฟแนนซ์ อนุมัติตามมูลค่า ความเสียหายทั้งทางตรง / ทางอ้อม ที่สามารถพิสูจน์ได้จริง ไม่เกินรายละ 1 แสนบาท โดยต้องเขียน หนังสือสัญญาผูกพันว่า ต่อไปนี้จะยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามรายได้ที่แท้จริง
13.2 ผู้ประกอบการ / นิติบุคคล ที่เคยยื่นเสียภาษีทุกชนิด : วงเงินรีไฟแนนซ์ อนุมัติตามมูลค่าความ เสียหายที่สามารถพิสูจน์ได้จริง ทั้งทางตรง / ทางอ้อม แต่ไม่เกินกว่าจำนวนภาษีเงินได้นิติบุคคล , ภาษีมูลค่าเพิ่ม , ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ที่เคยนำส่งกรมสรรพากรตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทั้งหมด ยกตัวอย่างเช่น บริษัท ไอซอพติก จำกัด เคยนำส่งภาษีเงินได้นิติบุคคล , ภาษีมูลค่าเพิ่ม , ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ให้กรมสรรพากรตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เป็นเงิน 20 ล้านบาท แล้วทรัพย์สินและ สถานประกอบการ ได้รับความเสียหาย 21 ล้านบาท นาย สมบูรณ์ฯ มีสิทธิ์ได้รับวงเงินรีไฟแนนซ์ ดอกเบี้ยต่ำ 20 ล้านบาท นอกเหนือจากเงินช่วยเหลือจากข้อ 7.2.1 อีก 1 ล้านบาท รวมเป็นวงเงินรี ไฟแนนซ์ดอกเบี้ยต่ำทั้งสิ้น 21 ล้านบาท
14 ยกเว้นภาษีทุกชนิด ให้นิติบุคคล และบุคคลธรรมดา ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม สูงสุดไม่เกิน 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2554 เพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงิน และผ่อนผันระยะเวลานำส่งภาษีทุกชนิด ให้นิติบุคคล และบุคคลธรรมดา สำหรับภาษีที่เกิดจากรายได้ก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2554 เพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงิน
15 ชดเชยเงินเดือนลูกจ้าง ให้สถานประกอบการ และลูกจ้าง ที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมทั้งทางตรง / ทางอ้อม ตลอดระยะเวลาที่ได้รับผลกระทบ จนกว่าจะกลับสู่ภาวะปกติ เพื่อลดภาระของผู้ประกอบการ และชดเชยรายได้ที่ขาดหายไปของลูกจ้าง
ผู้ประกอบการ และลูกจ้าง ที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมทั้งทางตรง / ทางอ้อม ที่ต้องการยื่นหนังสือขอความช่วยเหลือจากทางรัฐบาล ผ่านทาง ปกภ. กรุณาเดินทางมาด้วยตัวเอง พร้อมบัตรประจำตัวประชาชน / สำเนาทะเบียนบ้าน / สำเนาทะเบียนการค้า / หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท / หลักฐานการชำระภาษีทุกชนิด / หลักฐานแสดงหนี้สินทั้งหมด มาพบผมที่ ศูนย์แว่นตาไอซอพติก ชั้น 4 ห้อง 407 อาคารเอราวัณแบงค็อก ติดพระพรหมเอราวัณ หัวมุมสี่แยกราชประสงค์ ( ตึกสีขาวสูงสี่ชั้น ) ถ.เพลินจิต ตัดกับ ถ.ราชดำริ ( ตรงข้ามโรงพยาบาลตำรวจ และตึกเกษร ) ในวันพุธที่ 16 พฤศจิกายน นี้ เวลา 13:00 น. สอบถามเส้นทาง โทร. 02-250-7736
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ผมโดยตรง โทร. 081-538-4200
ขอพระเจ้าเสริมกำลังใจ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง , ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี , และคณะรัฐมนตรีทุกท่าน ให้เปี่ยมด้วยพลังกาย มีจิตใจเข้มแข็งแกร่งดั่งศิลา กอร์ปด้วยสติปัญญาจากเบื้องบน เหนี่ยวนำใจคนไทยทั้งชาติ ช่วยกันกอบกู้ประเทศชาติฝ่าวิกฤติครั้งนี้จนพ้นภัย พร้อมฟื้นฟูประเทศให้กลับมาเข้มแข็ง เปี่ยมด้วยความรัก ความสามัคคี เป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุดในโลกอีกครั้งหนึ่ง
ถ้าเชื่อ ก็ทำได้ทุกสิ่ง ( You will when you believe )
สมบูรณ์ นำทิพย์จันทาเจริญ ( โบบิ )
ประธานกลุ่มผู้ประกอบการในกรุงเทพมหานคร ที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม ( ปกภ. )
Group of Bangkok Metropolitan Entrepreneur Suffering from Flood Disaster ( BSD )
494 อาคารเอราวัณแบงค็อก ชั้น 4 ห้อง 407 ถ.เพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทร. 081-538-4200 แฟ๊กซ์ 02-251-3770
อีเมล pppbobi@gmail.com เว็บไซต์ www.thaippp.com
Facebook : http://www.facebook.com/groups/bsdbobi/
แก้ไขโดย Bobie เมื่อวันที่ 15 November 2011 เวลา 09:00
__________________ สมบูรณ์ นำทิพย์จันทาเจริญ (โบบิ) ประธานกลุ่มผู้ประกอบอาชีพสุจริตที่ได้รับความเดือดร้อนจากการชุมนุมทางการเมือง
masterbobie@gmail.com โทร. 081-538-4200
SMS ชื่อ-ที่อยู่ มาที่ 081-423-9900 ฟรี DVD สดช
|