| แสดงความคิดเห็นเมื่อวันที่: 08 November 2011 เวลา 21:11 | IP
|
|
|
วันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
เรียน ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
เรื่อง ขออนุญาตร่วมเสนอแนวคิดการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และขอมาตรการช่วยเหลือ เยียวยา ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม
สิ่งที่ส่งมาด้วย 1. หนังสือเลขที่ ปกภ 255410/1 เรียน ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรนายกรัฐมนตรี 2. หนังสือตอบจากสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เลขที่ นร 0105.03 / 86836
ตามที่ทางกลุ่มผู้ประกอบการในกรุงเทพมหานคร ที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม ( ปกภ. ) ได้ยื่นหนังสือถึง ฯพณฯ เมื่อวันพุธที่ 26 ตุลาคม 2554 ที่ผ่านมา เลขที่รับหนังสือ 1017 เพื่อขอให้ทางรัฐบาล ดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และขอมาตรการช่วยเหลือ เยียวยา ผู้ได้ผลกระทบจากภัยน้ำท่วม และทางสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มีหนังสือตอบกลับมาอย่างเป็นทางการ ลงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 โดยข้อเสนอแก้ปัญหาน้ำท่วมแบบเบ็ดเสร็จ ทางสำนักนายกฯ ได้ส่งเรื่องต่อไปยังกรมชลประธาน และข้อเรียกร้องการเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทางสำนักนายกฯ ได้ส่งเรื่องต่อไปยังกระทรวงการคลังแล้วนั้น ทาง ปกภ. ขอเรียนขออนุญาตร่วมเสนอแนวคิดการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และขอมาตรการช่วยเหลือเยียวยา ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมเพิ่มเติม โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
1. แผนการระดมเงินงบประมาณฉุกเฉินช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม และฟื้นฟูเศรษฐกิจ วงเงิน 1 ล้านล้านบาท : โดยให้นิติบุคคล สามารถบริจาคเงินเข้ากองทุนช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม หักภาษีได้เต็มจำนวน 100% ของกำไรสุทธิ และบุคคลธรรมดา สามารถนำเงินบริจาคฯ หักภาษีได้เต็มจำนวน 100% ของรายได้หลังหักค่าลดหย่อนทุกชนิดแล้ว
2. แผนการบูรณะ ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน แบบทวีคูณ ยั่งยืน แก้ไขความเดือดร้อนเฉพาะหน้า และป้องกันภัยน้ำท่วมในระยะยาว :
2.1 สร้างสะพานแทนถนนที่ถูกกระแสน้ำเซาะทำลาย พร้อมระบบประตูระบายน้ำที่มีเครื่องวัดระดับน้ำและระบบวัดอัตราการไหลของน้ำ เพื่อให้สามารถกำหนดความเร็วในการระบายน้ำได้อย่างเหมาะสม เมื่อเกิดน้ำท่วมใหญ่ในครั้งต่อไป 2.2 พื้นที่มีระดับน้ำท่วมสูงมากที่สุดสิบลำดับแรก ให้ทางรัฐบาลเวนคืนที่ดินบริเวณดังกล่าวทั้งหมด เพื่อทำเป็นแก้มลิงและพื้นที่รับน้ำ เมื่อเกิดน้ำท่วมใหญ่ในครั้งต่อไป และเป็นแหล่งกักเก็บน้ำไว้ใช้ในยามเกิดภัยแล้ง โดยกำหนดราคาเวนคืนที่ดินให้สูงกว่าราคาประเมินไม่น้อยกว่าสามเท่า เพื่อเป็นแรงจูงใจให้เจ้าของที่ดินยินดีให้ทางรัฐเวนคืนที่ดินแบบลดความขัดแย้งที่เคยเกิดขึ้นมาตลอดในอดีต
2.3 สร้างเครือข่ายอุโมงค์ระบายน้ำเชื่อมต่อระหว่างเขื่อนทั่วประเทศ พร้อมระบบสูบน้ำด้วยพลังงานไฟฟ้า เพื่อบริหารจัดการน้ำได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ ให้ทุกเขื่อนมีระดับน้ำที่ดีที่สุดสำหรับสถานการณ์ที่มีน้ำมาก หรือน้อยเกินไป
3. แผนการเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต จากภัยน้ำท่วม :
3.1 ชดเชย เยียวยา ผู้ได้รับบาดเจ็บจากภัยน้ำท่วม ดังต่อไปนี้
3.1.1 ได้รับบาดเจ็บไม่สาหัส ชดเชยเยียวยาไม่เกินรายละ 1 หมื่นบาท พร้อมออกค่ารักษาพยาบาลจนหายเป็นปกติ
3.1.2 ได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเกินกว่า 7 วัน ขึ้นไป ชดเชยเยียวยาไม่เกินรายละ 2 หมื่นบาท พร้อมออกค่ารักษาพยาบาลจนหายเป็นปกติ
3.1.3 สูญเสียอวัยวะ เช่น สูญเสียนิ้วมือ หรือนิ้วเท้า หรือกระดูกแตกหัก หรือสูญเสียการพูด หรือสูญเสียการได้ยิน ชดเชยเยียวยาไม่เกินรายละ 1 แสนบาท พร้อมรักษาพยาบาลจนกว่าจะสามารถช่วยเหลือตัวเองได้
3.1.4 ทุพพลภาพชั่วคราว ชดเชยเยียวยาไม่เกินรายละ 5 แสนบาท พร้อมรักษาพยาบาลจนกว่าจะสามารถช่วยเหลือตัวเองได้
3.1.5 ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง ชดเชยเยียวยาไม่เกินรายละ 10 ล้านบาท พร้อมรักษาพยาบาลจนกว่าจะสามารถช่วยเหลือตัวเองได้
3.1.6 เสียชีวิต - ชดเชยเยียวยาไม่เกินรายละ 10 ล้านบาท
4. แผนการฟื้นฟูสุขภาพจิต สร้างขวัญและกำลังใจให้ประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วม : พลิกวิกฤตเป็นโอกาสโดยให้ทางรัฐบาลอพยพประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมขัง หรือพื้นที่เสี่ยงต่อภัยน้ำท่วม ไปท่องเที่ยว พักผ่อนเพื่อสุขภาพ ในจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ปลอดภัย โดยทางรัฐบาลเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ + กระจายรายได้ พร้อมระดมทหารกองหนุนปลดประจำการ , กองกำลังรักษาดินแดน , ตำรวจอาสา และ อพปร. จำนวน 1 ล้านนาย คอยดูแลรักษาความปลอดภัยในทรัพย์สินของผู้อพยพหนีภัยน้ำท่วม
5. แผนการช่วยเหลือเยียวยาความเสียหายในทรัพย์สิน และที่อยู่อาศัยของประชาชนทั่วไป จากภัยน้ำท่วม โดยกำหนดวงเงินซ่อมแซม ตามฐานภาษี เพื่อเป็นแรงจูงใจให้บุคคลธรรมดา มีความมุ่งมั่นนำส่งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามรายได้ที่แท้จริง โดยเป็นวงเงินช่วยเหลือแบบให้เปล่า และวงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ :
5.1 ให้ทางรัฐบาลเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมทรัพย์สิน และที่อยู่อาศัยของประชาชนทั้งหมด ที่เสียหายจากภัยน้ำท่วมตามความเป็นจริงที่สามารถพิสูจน์ได้ ดังต่อไปนี้
5.1.1 บุคคลธรรมดาที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา : วงเงินซ่อมแซมไม่เกินครอบครัวละ 1 แสนบาท โดยผู้รับความช่วยเหลือจะต้องเขียนหนังสือสัญญาผูกพันว่า ต่อไปนี้จะยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามรายได้ที่แท้จริง
5.1.2 บุคคลธรรมดาที่เคยยื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรรมดา : วงเงินซ่อมแซม 1 แสนบาท บวกกับยอดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่เคยนำส่งกรมสรรพากรตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทั้งหมด ยกตัวอย่างเช่น นาย สมบูรณ์ นำทิพย์จันทาเจริญ เคยนำส่งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้กรมสรรพากรตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เป็นเงิน 3 ล้านบาท แล้วทรัพย์สินได้รับความเสียหาย 2 ล้านบาท นาย สมบูรณ์ฯ มีสิทธิ์ได้รับเงินซ่อมแซมทรัพย์สินทั้งสิ้น ไม่เกิน 2.1 ล้านบาท
5.2 ให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อซ่อมแซม ทรัพย์สิน และที่อยู่อาศัยของประชาชนทั่วไป อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1.5 ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระ 3 ปี โดยมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือค้ำประกันโดย บสย. ดังต่อไปนี้
5.2.1 บุคคลธรรมดาที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา : วงเงินกู้อนุมัติตามมูลค่าความเสียหายที่สามารถพิสูจน์ได้จริง ไม่เกินครอบครัวละ 5 แสนบาท โดยผู้รับเงินกู้ จะต้องเขียนหนังสือสัญญาผูกพันว่า ต่อไปนี้จะยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามรายได้ที่แท้จริง
5.2.2 บุคคลธรรมดาที่เคยยื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรรมดา : วงเงินกู้อนุมัติตามมูลค่าความเสียหายที่สามารถพิสูจน์ได้จริง แต่ไม่เกินกว่าจำนวนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่เคยนำส่งกรมสรรพากรตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทั้งหมด ยกตัวอย่างเช่น นาย สมบูรณ์ นำทิพย์จันทาเจริญ เคยนำส่งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้กรมสรรพากรตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เป็นเงิน 3 ล้านบาท แล้วทรัพย์สินได้รับความเสียหาย 2 ล้านบาท นาย สมบูรณ์ฯ มีสิทธิ์ได้รับวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำอีก 2 ล้านบาท นอกเหนือจากเงินช่วยเหลือจากข้อ 5.1.2
5.3 ยกเว้นค่าเช่าที่อยู่อาศัย 3 เดือน โดยทางรัฐบาลชดเชยรายแก่ผู้ให้เช่า ด้วยการยกเว้นภาษีโรงเรือน , ภาษีเงิน ได้บุคคลธรรมดา , ภาษีที่ดิน , ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ตามมูลค่าของค่าเช่าที่ผู้ให้เช่า ยกเว้นให้แก่ผู้เช่า
6. แผนการช่วยเหลือเยียวยาความเสียหายทั้งทางตรง / ทางอ้อม ในทรัพย์สินและสถานประกอบการของผู้ประกอบการ / นิติบุคคล :
6.1. ให้ทางรัฐบาลเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมทรัพย์สินของสถานประกอบการ และนิติบุคคลทั้งหมด ที่เสียหายจากภัยน้ำท่วมตามความเป็นจริงที่สามารถพิสูจน์ได้ ดังต่อไปนี้
6.1.1. สถานประกอบการ ที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา : วงเงินซ่อมแซมไม่เกินสถานประกอบการละ 1 ล้านบาท โดยผู้รับความช่วยเหลือจะต้องเขียนหนังสือสัญญาผูกพันว่า ต่อไปนี้จะยื่นแบบเสียภาษีเงินได้ของสถานประกอบการตามรายได้ที่แท้จริง
6.1.2. นิติบุคคล ที่เคยยื่นเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล , ภาษีมูลค่าเพิ่ม , ภาษีหัก ณ ที่จ่าย : วงเงินซ่อมแซม 1 ล้านบาท บวกกับยอดภาษีเงินได้นิติบุคคลที่เคยนำส่งกรมสรรพากรตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทั้งหมด ยกตัวอย่างเช่น บริษัท ไอซอพติก จำกัด เคยนำส่งภาษีเงินได้นิติบุคคล , ภาษีมูลค่าเพิ่ม , ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ให้กรมสรรพากรตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เป็นเงิน 20 ล้านบาท แล้วทรัพย์สินและสถานประกอบการ ได้รับความเสียหาย 21 ล้านบาท บริษัท ไอซอพติก จำกัด มีสิทธิ์ได้รับเงินซ่อมแซมทรัพย์สิน และสถานประกอบการ ตามจำนวนภาษีที่เคยนำส่งให้รัฐ 20 ล้านบาท + วงเงินซ่อมแซมตามข้อ 6.1.1 อีก 1 ล้านบาท บริษัท ไอซอพติก จำกัด จะได้รับเงินซ่อมแซมทรัพย์สิน และสถานประกอบการ เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้นไม่เกิน 21 ล้านบาท
6.2. ให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อซ่อมแซม / ปรับปรุงทรัพย์สิน ตลอดจนสถานประกอบการ และเสริมสภาพคล่องทางทางการเงินของผู้ประกอบการ และนิติบุคคล ให้สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1.5 ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระ 3 ปี โดยมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือค้ำประกันโดย บสย. ดังต่อไปนี้
6.2.1. ผู้ประกอบการ และนิติบุคคล ที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา : วงเงินกู้อนุมัติตามมูลค่าความเสียหายที่สามารถพิสูจน์ได้จริง ไม่เกินสถานประกอบการ / นิติบุคคล ละ 1 ล้านบาท โดยสถานประกอบการ / นิติบุคคล ผู้รับเงินกู้ จะต้องเขียนหนังสือสัญญาผูกพันว่า ต่อไปนี้จะยื่นแบบเสียภาษีเงินได้ของ สถานประกอบการ / นิติบุคคล ตามรายได้ที่แท้จริง
6.2.2. สถานประกอบการ / นิติบุคคล ที่เคยยื่นเสียภาษีทุกชนิด : วงเงินกู้อนุมัติตามมูลค่าความเสียหายที่สามารถพิสูจน์ได้จริง แต่ไม่เกินกว่าจำนวนภาษีเงินได้นิติบุคคล , ภาษีมูลค่าเพิ่ม , ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ที่เคยนำส่งกรมสรรพากรตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทั้งหมด ยกตัวอย่างเช่น บริษัท ไอซอพติก จำกัด เคยนำส่งภาษีเงินได้นิติบุคคล , ภาษีมูลค่าเพิ่ม , ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ให้กรมสรรพากรตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เป็นเงิน 20 ล้านบาท แล้วทรัพย์สินและสถานประกอบการ ได้รับความเสียหาย 21 ล้านบาท นาย สมบูรณ์ฯ มีสิทธิ์ได้รับวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 20 ล้านบาท นอกเหนือจากเงินช่วยเหลือจากข้อ 6.2.1 อีก 1 ล้านบาท รวมเป็นวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำทั้งสิ้น 21 ล้านบาท
6.3 ยกเว้นค่าเช่าสถานประกอบการ 3 เดือน โดยทางรัฐบาลชดเชยรายแก่ผู้ให้เช่า ด้วยการยกเว้นภาษีโรงเรือน , ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา , ภาษีเงินได้นิติบุคคล , ภาษีที่ดิน , ภาษีหัก ณ ที่จ่าย , ภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมูลค่าของค่าเช่าที่ผู้ให้เช่า ยกเว้นให้แก่ผู้เช่า
7. รีไฟแนนซ์หนี้สิน ทั้งหนี้ในระบบ / นอกระบบ เพื่อลดต้นทุนทางการเงินให้นิติบุคล , ผู้ประกอบการ และลูกจ้าง ที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม ทั้งทางตรง / ทางอ้อม ทั้งสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการจากธนาคารพาณิชย์ , สินเชื่อส่วนบุคคล , หนี้บัตรเครดิต , บัตรกดเงินสด ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1.5 ต่อปี เป็นระยะเวลา 3 ปี 7.1 บุคคลธรรมดาที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา : วงเงินรีไฟแนนซ์ อนุมัติตามมูลค่าความเสียหายทั้งทางตรง / ทางอ้อม ที่สามารถพิสูจน์ได้จริง ไม่เกินรายละ 1 แสนบาท โดยต้องเขียนหนังสือสัญญาผูกพันว่า ต่อไปนี้จะยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามรายได้ที่แท้จริง
7.2 ผู้ประกอบการ / นิติบุคคล ที่เคยยื่นเสียภาษีทุกชนิด : วงเงินรีไฟแนนซ์ อนุมัติตามมูลค่าความเสียหายที่สามารถพิสูจน์ได้จริง ทั้งทางตรง / ทางอ้อม แต่ไม่เกินกว่าจำนวนภาษีเงินได้นิติบุคคล , ภาษีมูลค่าเพิ่ม , ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ที่เคยนำส่งกรมสรรพากรตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทั้งหมด ยกตัวอย่างเช่น บริษัท ไอซอพติก จำกัด เคยนำส่งภาษีเงินได้นิติบุคคล , ภาษีมูลค่าเพิ่ม , ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ให้กรมสรรพากรตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เป็นเงิน 20 ล้านบาท แล้วทรัพย์สินและสถานประกอบการ ได้รับความเสียหาย 21 ล้านบาท นาย สมบูรณ์ฯ มีสิทธิ์ได้รับวงเงินรีไฟแนนซ์ดอกเบี้ยต่ำ 20 ล้านบาท นอกเหนือจากเงินช่วยเหลือจากข้อ 7.2.1 อีก 1 ล้านบาท รวมเป็นวงเงินรีไฟแนนซ์ดอกเบี้ยต่ำทั้งสิ้น 21 ล้านบาท
8. ยกเว้นภาษีทุกชนิด ให้นิติบุคคล และบุคคลธรรมดา ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม สูงสุดไม่เกิน 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2554 เพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงิน และผ่อนผันระยะเวลานำส่งภาษีทุกชนิด ให้นิติบุคคล และบุคคลธรรมดา สำหรับภาษีที่เกิดจากรายได้ก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2554 เพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงิน
9. ชดเชยเงินเดือนลูกจ้าง ให้สถานประกอบการ และลูกจ้าง ที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมทั้งทางตรง / ทางอ้อม ตลอดระยะเวลาที่ได้รับผลกระทบ จนกว่าจะกลับสู่ภาวะปกติ เพื่อลดภาระของผู้ประกอบการ และชดเชยรายได้ที่ขาดหายไปของลูกจ้าง ขอพระเจ้าเสริมกำลังใจ ฯพณฯ และคณะรัฐมนตรีทุกท่าน ให้เปี่ยมด้วยพลังกาย มีจิตใจเข้มแข็งแกร่งดั่งศิลา กอร์ปด้วยสติปัญญาจากเบื้องบน เหนี่ยวนำใจคนไทยทั้งชาติ ช่วยกันกอบกู้ประเทศชาติฝ่าวิกฤติครั้งนี้จนพ้นภัย พร้อมฟื้นฟูประเทศให้กลับมาเข้มแข็ง เปี่ยมด้วยความรัก ความสามัคคี เป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุดในโลกอีกครั้งหนึ่ง
ขอแสดงความนับถือ
สมบูรณ์ นำทิพย์จันทาเจริญ ( โบบิ ) ประธานกลุ่มผู้ประกอบการในกรุงเทพมหานคร ที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม ( ปกภ. ) Group of Bangkok Metropolitan Entrepreneur Suffering from Flood Disaster ( BSD ) 494 อาคารเอราวัณแบงค็อก ชั้น 4 ห้อง 407 ถ.เพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 โทร. 081-538-4200 แฟ๊กซ์ 02-251-3770 อีเมล pppbobi@gmail.com เว็บไซต์ www.thaippp.com Facebook : http://www.facebook.com/groups/291771354175793/
ดาวน์โหลดหนังสือตอบสำนักนายก PDF file : http://www.thaippp.com/Documents/7-11-11.pdf
แก้ไขโดย administrator เมื่อวันที่ 25 November 2011 เวลา 11:06
|